lnwshop logo
  • ตอบกระทู้
  • ตั้งกระทู้ใหม่
QUOTE 

ผลสำรวจชี้สาว 10 อาชีพ เหวี่ยง-เครียดง่ายสุด ๆ

เจ้าของร้าน

     ผลสำรวจชี้สาว 10 อาชีพ เหวี่ยง-เครียดง่ายสุด ๆ

  

 

ทุก ๆ อาชีพล้วนต้องเผชิญกับความเครียดทั้งนั้น โดยเฉพาะบรรดาคุณสาว ๆ ที่มักจะเกิดความเครียดได้ง่ายกว่าคุณหนุ่ม ๆ มาทายกันซิว่า สาว ๆ อาชีพไหนที่เกิดความเครียดได้ง่ายบ้าง

 

สำหรับคำตอบของคำถามข้อนี้ ต้องไปอ่านผลสำรวจจากสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ที่ทำการสรุปผลสำรวจเกี่ยวกับประเด็นข้างต้นไว้หัวข้อ "10 อาชีพที่ก่อให้เกิดความเครียดและอารมณ์เหวี่ยง" โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างเพศหญิงในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 587 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม-7 กันยายน พ.ศ.2554 ปรากฏว่า อาชีพที่ทำให้สาว ๆ เครียดกันมากที่สุดคือ...

 

1.พนักงานออฟฟิศ ร้อยละ 24.65 

2.ผู้บริหาร/นักธุรกิจ ร้อยละ 18.23

3.พนักงานคอลเซ็นเตอร์ ร้อยละ 12.29

4.พนักงานบัญชี/การเงิน ร้อยละ 9.28

5.ครู/อาจารย์ ร้อยละ 8.62

6.แม่บ้าน ร้อยละ 7.16

7.แพทย์/พยาบาล ร้อยละ 6.35

8.ดารา/นักแสดง ร้อยละ 5.61

9.แอร์โฮสเตส ร้อยละ 4.48

10.ครีเอทีฟ ร้อยละ 3.33%

 

แล้วอะไรที่เป็นสาเหตุให้คุณสาว ๆ เครียดกันล่ะ? ผลการสำรวจก็บอกว่า สาเหตุอันดับ 1 ที่ทำให้คุณสาว ๆ เครียดกัน ได้แก่ ปัญหาส่วนตัว เช่น ปัญหาสุขภาพ ครอบครัว การเงิน ร้อยละ 25.54 ตามมาด้วยปัญหาภาระงานมาก แต่มีเวลาจำกัด ร้อยละ 19.29 ถูกเจ้านายต่อว่าหรือกดดัน ร้อยละ 17.75 ส่วนปัญหาอื่น ๆ ก็อย่างเช่น มีปากเสียงกับเพื่อนร่วมงาน สภาพแวดล้อมของการทำงานไม่ดี ต้องพบปะผู้คนที่หลากหลายรูปแบบ ฯลฯ

 

 

ขณะที่ ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชกุล คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดเผยว่า ผู้หญิงมักจะมีอารมณ์แปรปรวนมากที่สุด ในช่วงก่อนมีประจำเดือน 5-7 วัน โดยมักจะมีอาการหงุดหงิดง่าย เครียด หดหู่ นอกจากนั้นอาจมีอาการทางร่างกาย เช่น บวมน้ำ ท้องอืด มีสิว ปวดศีรษะ ฯลฯ ซึ่งอาการดังกล่าวเรียกว่า "กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน" หรือ Premenstrual Syndrome (PMS) เพราะช่วงนี้ฮอร์โมนในเลือดจะลดระดับลง ส่งผลให้การควบคุมประสาทจากสมองลดลงด้วย

 

สำหรับหญิงไทยนั้น อาการ PMS นั้น มักจะพบได้ทั่วไป โดยผู้หญิงร้อยละ 90 จะพบอาการ PMS อย่างน้อย 1 อาการ ขณะที่มีผู้หญิงกว่าร้อยละ 50 พบอาการ PMS มากกว่า 1 อาการ ทั้งนี้ อาการดังกล่าวไม่เป็นอันตรายต่อตัวผู้หญิง เพราะจะหมดไปหลังจากรอบเดือนมาปกติ แต่อาจเป็นอันตรายต่อคนรอบข้างที่ต้องมารองรับอารมณ์ก็เป็นได้

 

อย่างไรก็ตาม นอกจากอาการ PMS แล้ว ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์บางรายจะมีอาการ Premenstrual dysphoric disorder (PMDD) หรือ "กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนชนิดรุนแรง" ก่อนประจำเดือนมา 5-7 วัน ซึ่งผู้ป่วยจะไม่ใช่แค่หงุดหงิด เหวี่ยง แต่เกิดอาการถึงขั้นวิตกกังวล และนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้เลยทีเดียว และยิ่งสภาพแวดล้อมกดดันมากเท่าไหร่ อาการก็จะยิ่งหนักขึ้น โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวว่าป่วย ต้องอาศัยคนรอบข้างสังเกต และต้องพาไปพบจิตแพทย์ เพื่อบำบัดรักษาอาการ ทั้งนี้ หญิงไทยและเอเชียจะพบอาการ PMDD น้อยมาก จากสถิติอัตราการเกิดอาการดังกล่าวมีเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น 

 

คุณหมอกล่าวย้ำว่า หากปล่อยอารมณ์เครียดและอารมณ์เหวี่ยงเอาไว้จะส่งผลกระทบต่อตนเอง โดยเฉพาะด้านจิตใจของตัวผู้เครียดเอง และอาจทำให้ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า หมดกำลังใจในการทำงานได้ รวมถึงกระทบต่อความสัมพันธ์ในที่ทำงาน ทำให้เพื่อนร่วมงานไม่อยากปฏิสัมพันธ์หรือพบปะพูดคุยด้วย ขณะเดียวกันก็จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว อันอาจจะนำมาซึ่งการทะเลาะเบาะแว้ง และเป็นต้นเหตุของการหย่าร้างได้ นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหัวเรื้อรัง โรคปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดต่าง ๆ ได้

 

สำหรับวิธีการแก้ไขนั้น คุณหมอแนะนำว่า 

 

1.ควรหาเวลาออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายนั้นจะช่วยทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟีน หรือสารแห่งความสุขออกมา และเมื่อสารเหล่านี้ถูกหลั่งออกมา ก็จะสามารถขจัดอารมณ์เครียดหรือฉุนเฉียวลงได้ 

 

2.การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก็ช่วยได้เช่นกัน 

 

3.การรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ เช่น ผักและผลไม้ หรือรับประทานสมุนไพรบางชนิด เช่น แปะก๊วย หรือน้ำมันดอกอีฟนิงพริมโรสและวิตามินบี หากรับประทานผักผลไม้และสมุนไพรยังไม่ได้ผล คุณหมอแนะนำว่า ควรรับประทานยาปรับฮอร์โมน ซึ่งยาดังกล่าวช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนบางชนิดในร่างกาย แต่หากอาการรุนแรงและส่งผลต่อคนรอบข้าง อาจต้องรับประทานยาลดความวิตกกังวล (อยู่ในการพิจารณาของแพทย์) 

 

4.การหลีกเลี่ยงจากสภาพที่ทำให้เกิดความเครียดก็สามารถช่วยได้

 

นอกจากวิธีที่กล่าวมานั้น คุณหมอแนะนำว่า การปรับสภาพแวดล้อมภายในที่ทำงาน ก็สามารถลดความเครียดและอารมณ์ฉุนเฉียวลงได้ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าสาวออฟฟิศมักถูกจำกัดด้วยเวลาที่เร่งรีบ และมีพื้นที่ในการทำงานที่ค่อนข้างแคบ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนที่ทำงานให้มีพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย รวมถึงเน้นการสื่อสารในที่ทำงานด้วยการพูดคุยกันให้มากขึ้น ก็จะช่วยลดการขัดแย้งหรือข้อผิดพลาดในการทำงานลงได้ 

 

และที่สำคัญการจัดเวลาของการทำงานให้เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป หรือประมาณ 8 ชั่วโมง ก็เป็นอีกหนทางในการลดความเครียดลงได้ เพราะระยะของการทำงานที่พอดีจะช่วยให้ผู้ทำงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พูดง่าย ๆ ว่าไม่เหนื่อยและไม่เร่งรีบมากจนเกินไปก็จะไม่เกิดความเครียดนั่นเอง

1
แสดงความคิดเห็นที่ 0-0 จากทั้งหมด 0 ความคิดเห็น
ข้อความ
ชื่อผู้โพส
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ตอบกระทู้

เว็บบอร์ดล่าสุด

CONTACT US

086-100-8540
Click

เพิ่มเพื่อน

ติดตามสินค้า

สินค้าใหม่

รหัสสินค้า
1,990.00 บาท
2,150.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัสสินค้า
2,490.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัสสินค้า
1,089.00 บาท
1,290.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัสสินค้า
1,999.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัสสินค้า 000202
750.00 บาท
800.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัสสินค้า 000101
3,600.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัสสินค้า 004
3,700.00 บาท
3,750.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัสสินค้า 0003
1,800.00 บาท
2,100.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัสสินค้า 000203
5.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัสสินค้า 000201
850.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัสสินค้า 0002
2,150.00 บาท
2,370.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัสสินค้า 0001
13,190.00 บาท
13,500.00 บาท
  • สั่งซื้อ

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม55,282 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด38,868 ครั้ง
ร้านค้าอัพเดท13 ส.ค. 2561
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก